สเปนประกาศภาวะฉุกเฉิน กรุงมาดริดเหตุป่วยโควิดพุ่ง

รัฐบาลสเปนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างน้อย 15 วัน ในกรุงมาดริดและพื้นที่โดยรอบ เพราะมีอัตราการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สูงสุดในประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่านายซัลวาดอร์ อิลญา รมว.กระทรวงสาธารณสุขของสเปน แถลงเมื่อวันศุกร์ ว่านายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ “ใช้อำนาจอันชอบธรรมตามกรอบของรัฐธรรมนูญ” ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในกรุงมาดริดและพื้นที่ปริมณฑลเป็นเวลา 15 วัน เนื่องจากเป็นพื้นที่มีอัตราการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สูงสุดในประเทศ
 
สถิติของกระทรวงสาธารณสุขสเปนระบุว่า อัตราอุบัติการณ์ของโรค หรือค่า “ไออาร์” ของภูมิภาคมาดริดในรอบ 14 วันล่าสุด จนถึงวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 563 ต่อประชากร 100,000 คน มากกว่าค่าเฉลี่ยทั้วประเทศเกินกว่า 2 เท่า ซึ่งอยู่ที่ 256 ต่อประชากร 100,000 คน และมากกว่าค่าเฉลี่ยของทวีปยุโรปซึ่งอยู่ที่ 113 ต่อประชากร 100,000 คน
 
ขณะเดียวกัน อิลญาวิจารณ์น.ส.อิซาเบล ดิอาซ อายูโซ ผู้ว่าราชการแคว้นมาดริด “ไม่มีประสิทธิภาพ” ในการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ และ “ความอดทน” ของรัฐบาลกลาง “มีขีดจำกัด” อนึ่ง ก่อนหน้านั้นมีรายงานว่าอายูโซขอให้ซานเชซเลื่อนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และยืนยันว่าเธอได้ดำเนินการแล้ว แต่ผู้นำสเปนปฏิเสธ และแสดงความไม่พอใจต่อการที่ศาลอาญาของภูมิภาคมาดริดประกาศให้คำสั่งล็อกดาวน์ครั้งแรกของรัฐบาลกลาง เมื่อกลางเดือนที่แล้ว “เป็นโมฆะ”

ทั้งนี้ อิลญากล่าวถึงแนวทางปฏิบัติโดยรวม ว่าจะมีผลอย่างน้อย 15 วัน โดยการเดินทางเข้าและออกกรุงมาดริด ตลอดจนอีก 9 เมืองในเขตปริมณฑลจะอนุญาตเฉพาะ “กิจธุระจำเป็น” เช่น การทำงาน การเรียน การพบแพทย์ และการติดต่อทางธุรกิจ แต่ต้องมีเอกสารยืนยัน การรวมตัวทางสังคมนอกสถานที่ห้ามเกิน 6 คน การประกอบศาสนกิจในพื้นที่ปิดมีผู้เข้าร่วมได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนปกติ  ร้านอาหารและบาร์ต้องปิดก่อนถึงเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยก่อนหน้านั้นมีลูกค้าภายในร้านได้ไม่เกิน 50%
 
สำหรับสถิติเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ของสเปนในรอบวันที่ผ่านมา ยืนยันผู้ติดเชื้อใหม่ 5,986 คน เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมเป็นอย่างน้อย 861,112 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 32,929 คน เพิ่มขึ้น 241 คนในรอบวันที่ผ่านมา